เรียนรู้การเทรดใน Forex: แนวทางสำหรับมือใหม่

เรียนรู้การซื้อขายใน Forex ด้วยแนวทางที่สมบูรณ์แบบและเป็นปัจจุบันมากที่สุดสำหรับมือใหม่ เรียนรู้ว่าคู่สกุลเงินคืออะไร เรียนรู้ว่าสเปรด ล็อต Pip คืออะไรใน Forex เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการเงินทุน รวมถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และอื่น ๆ อีกมากมาย! รับข้อมูลเชิงลึกจากเทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญ และเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดที่มือใหม่ทุกคนควรรู้เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (FX)

สารบัญ

คู่สกุลเงินคืออะไร

คู่สกุลเงินคืออะไร

คู่สกุลเงิน (currency pair) คือการจับคู่สกุลเงินที่ต่างกัน เช่น ยูโรกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะแสดงเป็น EUR/USD

เทรดเดอร์ที่ซื้อ EUR/USD จะคาดว่ามูลค่าของยูโรจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เทรดเดอร์ที่ขาย EUR/USD จะคาดว่ามูลค่าของดอลลาร์สหรัฐจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร

อะไรคือคู่สกุลเงินหลัก รอง และสกุลเงินต่างประเทศ

คู่สกุลเงินหลักคือคู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุด และ EUR/USD เป็นคู่สกุลเงินที่นิยมมากที่สุด

7 คู่สกุลเงินหลักคือ: 

คู่สกุลเงินสกุลเงินชื่อเล่น
EUR/USDยูโร (€) กับ ดอลลาร์สหรัฐ ($)Fiber
USD/JPYดอลลาร์สหรัฐ ($) กับ เยนญี่ปุ่น (¥)Gopher
GBP/USDปอนด์อังกฤษ (£) กับ ดอลลาร์สหรัฐ ($)Cable
USD/CHFดอลลาร์สหรัฐ ($) กับ สวิสฟรังSwissie
AUD/USDดอลลาร์ออสเตรเลีย (A$) กับ ดอลลาร์สหรัฐ ($)Aussie
USD/CADดอลลาร์สหรัฐ ($) กับ ดอลลาร์แคนาดา (C$)Loonie
NZD/USDดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZ$) กับ ดอลลาร์สหรัฐ ($)Kiwi

คู่สกุลเงินรองเป็นคู่สกุลเงินที่มีความนิยมน้อยกว่าคู่สกุลเงินหลัก และไม่ได้รวมถึงดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยกตัวอย่างเช่น EUR/CHF และ GBP/JPY การซื้อขายสกุลเงินรองมีสภาพคล่องพอสมควร แต่น้อยกว่าคู่สกุลเงินหลัก

คู่สกุลเงินต่างประเทศ (Exotic) รวมถึง สกุลเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต เช่น USD/RUB (รูเบิลรัสเซีย) หรือ USD/MXN (เปโซเม็กซิโก) คู่สกุลเงินต่างประเทศจะมีความไม่แน่นอนสูงกว่า และมีสภาพคล่องในการซื้อขายน้อยกว่าสกุลเงินรอง ทำให้มีต้นทุนในการซื้อขายสูงกว่า

CBFX - ตัวคำนวณกำไร Forex 
 
คุณจะต้องกรอกตัวเลขที่ถูกต้อง

คำศัพท์ในตลาดซื้อขายสกุลเงิน

คำศัพท์ในตลาดซื้อขายสกุลเงิน

เรามาดูคำศัพท์ที่สำคัญที่สุดของ Forex กัน:

ราคาที่ตลาดต้องการขาย-ซื้อ (Ask and Bid) - ราคาที่ตลาดต้องการขาย (Ask price) คือ ราคาที่สามารถซื้อสกุลเงินนั้น ๆ ได้ และราคาที่ตลาดต้องการซื้อ (Bid price) คือ ราคาที่สามารถขายสกุลเงินนั้น ๆ ได้ ราคาที่ตลาดต้องการขาย (Ask price) จะสูงกว่าราคาที่ตลาดต้องการซื้อเสมอ ดังนั้น ทุกการซื้อขายจะเริ่มต้นด้วยการขาดทุนก่อน

สเปรด (Spread) ใน Forex คือ ผลต่างระว่างราคาที่ตลาดต้องการขาย-ซื้อ ซึ่งธนาคาร โบรกเกอร์ และดีลเลอร์จะทำกำไรจากผลต่างของราคานี้เพิ่มเติมจากค่านายหน้า (Commission) ที่ตัวแทนเหล่านี้จะคิดค่าใช้จ่าย (ในกรณีที่มี)

อัตรา Swap หรืออัตราการซื้อขายข้ามวัน (Rollover) เป็นดอกเบี้ยที่เพิ่มเข้าไปหรือหักออก อันเนื่องมาจากมีการเปิดสถานะการซื้อขายสกุลเงินไว้ข้ามคืน โดยจะมีการคำนวณอัตรา Swap ที่เป็นลบหรือเป็นบวกตามสถานะว่าเป็นการซื้อหรือการขาย และตามอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละสกุลเงิน

รายการซื้อขายสุทธิ Short และ Long หมายถึง การขายหรือการซื้อ เมื่อคุณ “ขาย” แสดงว่าคุณอยู่ในการซื้อขายสุทธิ Short และเมื่อคุณ “ซื้อ” แสดงว่าคุณอยู่ในการซื้อขายสุทธิ Long

ตลาดหมีและตลาดกระทิง หมายถึง ทิศทางแนวโน้มตลาดว่าจะไปทางขาขึ้นหรือขาลง ในตลาดหมี (Bear) ราคาของตลาดจะตกลง ขณะที่ตลาดกระทิง (Bull) แสดงว่าราคาอยู่ในขาขึ้น

CFD คือคำย่อของ Contract for Difference หรือสัญญาการซื้อขายส่วนต่าง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้เทรดเดอร์ทำกำไรหรือขาดทุนตามความต่างระหว่างราคาเข้าซื้อกับราคาที่ขายออกไปของการซื้อขายแต่ละครั้งโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ๆ CDF ได้รับความนิยมอย่างมากใน Forex ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีหุ้น และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

Pip (การเปลี่ยนแปลงราคา) คืออะไร

Pip (การเปลี่ยนแปลงราคา) คืออะไร

Pip (price increment) ใน Forex หมายถึง การเปลี่ยนแปลงราคาน้อยที่สุดที่คู่สกุลเงินหนึ่ง ๆ สามารถทำได้ ยกเว้นสำหรับเศษส่วนของ Pip หรือ 'pipettes'

สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ 1 Pip คือ 0.0001 สำหรับคู่สกุลเงินเยนญี่ปุ่น เช่น USD/JPY 1 pip คือ 0.01 เมื่อซื้อขายโลหะ 1 pip สำหรับแร่ทองและแร่เงินคือ 0.01

เมื่อ EUR/USD เพิ่มขึ้นจาก 1.0925 เป็น 1.0926 หมายถึงเปลี่ยนแปลง 1 pip สำหรับการทำราคาที่มีตัวเลข 5 หลัก หาก EUR/USD เพิ่มขึ้นจาก 1.09255 เป็น 1.09260 หมายถึงมีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงครึ่ง pip

มูลค่า Pip จะต่างกันไปตามคู่สกุลเงิน เราสามารถใช้ตัวคำนวณในการคำนวณมูลค่า Pip ได้ง่าย ๆ

CBFX - ตัวคำนวณ Pip 
คุณจะต้องกรอกตัวเลขที่ถูกต้อง
 
คุณจะต้องกรอกตัวเลขที่ถูกต้อง

สเปรด (ต้นทุนการซื้อขาย) คืออะไร

สเปรด (ต้นทุนการซื้อขาย) คืออะไร

สเปรด (Spread) ของการซื้อขายตราสารทางการเงิน (ตลาดหลักทรัพย์ Forex และอื่น ๆ) หมายถึง ผลต่างระหว่างราคาที่ตลาดต้องการขาย (Ask price) และราคาที่ตลาดต้องการซื้อ (Bid price) ในบรรดาต้นทุนที่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่านายหน้าหรือค่าอื่น ๆ สเปรดเป็นต้นทุนในการซื้อขายประเภทหนึ่งที่เราต้องจ่าย เนื่องจากมีสเปรด ดังนั้นการเริ่มต้นซื้อขายใด ๆ จะเริ่มด้วยการขาดทุนเพราะคุณซื้อในราคาที่ตลาดต้องการขาย (Ask) และขายในราคาที่ตลาดต้องการซื้อ (Bid)

ตัวอย่างสเปรด EUR/USD:

 ราคาซื้อ (Bid)ราคาขาย (Ask) สเปรด
เสนอราคา 4 หลัก1.09281.09290.0001 = 1 Pip
เสนอราคา 5 หลัก1.092521.092570.00005 = 0.5 Pips

ล็อต (Lot) คืออะไร (ขนาดการซื้อขาย)

ล็อต (Lot) คืออะไร (ขนาดการซื้อขาย)

ใน Forex ล็อต (Lot) หมายถึง ขนาดการซื้อขาย หรือจำนวนหน่วยสกุลเงินที่มีการซื้อหรือขายในการเทรดหนึ่ง ๆ หนึ่งล็อตมาตรฐานคือ 100,000 หน่วยของสกุลเงินพื้นฐาน

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่อนุญาตให้มีการซื้อขายด้วยขนาดล็อตที่เล็กลงถึง .01 หรือน้อยยิ่งกว่านั้น ขนาดล็อตที่เป็นเศษส่วนนี้ บางครั้งจะเรียกว่า มินิล็อต ไมโครล็อต หรือนาโนล็อต โปรดดูที่ภาพด้านบนเพื่อเปรียบเทียบขนาดและหน่วย

 ลองตอนนี้เลย! CBFX - ตัวคำนวณขนาดการซื้อขายสุทธิ: คำนวณขนาดการซื้อขายที่เหมาะสมของคุณเป็นล็อตหรือหน่วยตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ

เลเวอร์เรจ (Leverage) และมาร์จิน (Margin) คืออะไร

เลเวอร์เรจ (Leverage) จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมการซื้อขายสุทธิที่มีขนาดใหญ่กว่าได้โดยใช้เงินที่น้อยกว่า (มาร์จิน) ดังนั้น จึงสามารถขยายโอกาสการทำกำไรหรือขาดทุนได้มากกว่า การซื้อขายเลเวอร์เรจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การซื้อขายมาร์จิน (margin trading)

เลเวอร์เรจจะขยายโอกาสในการทำกำไรหรือขาดทุน เช่น การซื้อ EUR/USD ที่ 1.0000 โดยไม่ต้องมีเลเวอร์เรจ หากมีการขาดทุน การขาดทุนรวมจะต่ำสุดที่ศูนย์ หรือขึ้นไปถึง 2.0000 หากคุณทำกำไร โดยจะมีโอกาสทำกำไรเป็นเท่าตัว หากคุณซื้อขายโดยใช้เลเวอร์เรจเต็มอัตราที่ 100:1 การเคลื่อนไหวของราคาที่ 100 เท่าหรือน้อยกว่า จะให้คุณทำกำไรหรือขาดทุนได้เท่ากันกับที่กล่าวมา

มาร์จิน (Margin) เป็นเงินทุนที่เทรดเดอร์ต้องใส่เข้าไปเพื่อเปิดการซื้อขายสุทธิ (Position) ใหม่ เงินจำนวนนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมหรือต้นทุนใด ๆ และระบบจะคืนให้อีกครั้งเมื่อปิดการซื้อขายแล้ว วัตถุประสงค์คือเพื่อปกป้องโบรกเกอร์ไม่ให้ขาดทุน เมื่อเทรดเดอร์ขาดทุนมาร์จินลงไปต่ำกว่าร้อยละการหยุดซื้อขายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โบรกเกอร์จะปิดตั้งแต่หนึ่งการซื้อขายสุทธิ (Position) ขึ้นไปโดยอัตโนมัติโดย การแจ้งเตือนมาร์จินเหลือน้อย (Margin call) จากโบรกเกอร์อาจปิดหรือไม่ปิดรายการซื้อขายนั้นก็เป็นได้

เลเวอร์เรจทำงานอย่างไร

ด้วยอัตราเลเวอร์เรจที่ 100:1 เทรดเดอร์สามารถเปิดการซื้อขายสุทธิได้มากกว่าการไม่ใช้เลเวอร์เรจ 100 เท่า เช่น หากปกติต้นทุนการซื้อ EUR/USD จำนวน .01 ล็อตอยู่ที่ $1000 การใช้เลเวอร์เรจที่ 100:1 แสดงว่าเทรดเดอร์ต้องใช้เงินเพียง $10 เป็นมาร์จิน และแน่นอนว่าเทรดเดอร์สามารถใช้เลเวอร์เรจน้อยที่สุดตามที่ตนต้องการได้

ข้อควรระวัง: ยิ่งเลเวอร์เรจสูงเท่าไหร่ ความเสี่ยงยิ่งมากเท่านั้น มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้อัตราส่วนเลเวอร์เรจต่ำมาก ๆ หรือไม่ใช้เลย นั่นทำให้ร้อยละความเสี่ยงพอประมาณต่อการเทรดแต่ละครั้ง

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “เลเวอร์เรจ” กรุณาดูในบทความ Leverage in Forex and How to Use It (เลเวอร์เรจใน Forex และวิธีการใช้งาน).

ในการคำนวณมาร์จินที่ต้องใช้ตามขนาดการซื้อขายและเลเวอร์เรจ ให้ใช้ตัวคำนวณมาร์จิน Forex ที่ใช้งานได้สะดวกของเรา.

การบริหารจัดการเงินทุนคืออะไร

การบริหารจัดการเงินทุน (Money management) คือชุดของกฎต่าง ๆ ที่จะช่วยปกป้องเงินทุนของคุณ และช่วยให้บัญชีการซื้อขายของคุณเติบโต

กฎที่สำคัญที่สุดคือ ในแต่ละครั้งที่ซื้อขาย ให้มีความเสี่ยงในสัดส่วนที่น้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทนต่อการขาดทุนอย่างรวดเร็วที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และกฎพื้นฐานคือ เทรดเดอร์จำนวนมากเชื่อว่า ในการซื้อขายแต่ละครั้งควรมีความเสี่ยงที่ 2% หรือน้อยกว่านี้

การขาดทุนสะสมคืออะไร

การขาดทุนสะสม (Drawdown) คือ การลดลงของเงินทุนจากยอดเงินทั้งหมดรวมผลกำไร/ขาดทุน (equity) จากสูงไปต่ำ โดยทั่วไปแล้วจะแสดงออกเป็นร้อยละ การขาดทุนสะสมสูงสุดหมายถึง การขาดทุนสะสมที่มากที่สุดตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่บัญชีหนึ่ง ๆ ประสบ

 ลองตอนนี้เลย! 

CBFX - ตัวคำนวณความเสี่ยงอย่างรับไม่ได้ (Risk of Ruin Calculator): จะคำนวณความเป็นไปได้ในการขาดทุนสะสมตามความเสี่ยงในการเทรดแต่ละครั้งและอัตราการชนะ เป็นต้น

CBFX - ตัวคำนวณการขาดทุนสะสม (Drawdown Calculator): คำนวณผลกระทบของการขาดทุนสะสมจากการขาดทุนหลายครั้งติดต่อกัน

กราฟแท่งเทียนคืออะไร

กราฟแท่งเทียนคืออะไร

แท่งเทียนจะประกอบด้วยก้านแท่งเทียนและไส้เทียนด้านบนและด้านล่าง ซึ่งจะหมายถึง ราคาเปิด (Open) สูง (High) ต่ำ (Low) และราคาปิด (Close) หรือ OHLC ในระหว่างช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1 นาที ไปจนถึง 1 เดือน

หากราคาเคลื่อนไหวลงและปิดที่ราคาต่ำกว่า แท่งเทียนจะเป็นสี “แดง” หากราคาเคลื่อนไหวขึ้นและปิดที่ราคาสูงกว่า แท่งเทียนจะเป็นสี “เขียว”

หากต้องการดูการทำงานของกราฟ ให้ดูที่ Free Forex Chart ของเรา.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียน กรุณาดูที่บทความ Forex Candlestick Patterns: The Complete Guide (รูปแบบแท่งเทียน Forex: แนวทางโดยสมบูรณ์).

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคา เพื่อกำหนดว่าจะซื้อหรือขายทรัพย์สินหนึ่ง ๆ หรือไม่ และที่ราคาเท่าไหร่

ซึ่งจะดำเนินการโดยตรงบนกราฟราคาของทรัพย์สิน โดยมีตัวชี้วัดทางเทคนิคเป็นตัวช่วย เช่น RSI หรือ MACD หรือด้วยเครื่องมืออย่าง เส้นแนวรับ/เส้นแนวต้าน (support/resistance) Fibonacci Retracement หรือด้วยเครื่องมือต่าง ๆ รวมกัน

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะบอกว่า “แนวโน้มเป็นเพื่อนของคุณ” และ “อย่าพยายามขึ้นขี่ม้าที่วิ่งสวนทางกับแนวโน้ม” คุณจะประสบความสำเร็จในการเทรดมากกว่าหากใช้แนวโน้มตลาดในช่วงเวลาที่ยาว และไม่ต้องทำอะไรกับตลาดที่มีทิศทางไม่แน่นอน

เมื่อนักวิเคราะห์ระบุแนวโน้มหนึ่ง ๆ ได้ ขั้นถัดไปคือพยายามทำนายว่าแนวโน้มนั้นจะไปไกลแค่ไหน หรือว่าแนวโน้มนั้นจะอ่อนแรงไป เพื่อประเมินว่าจะมีโอกาสในการเข้าซื้อขายหรือไม่ แนวคิดนี้ใช้เพื่อการเข้าซื้อในราคาที่ต่ำที่สุดขณะที่อยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) และขายในราคาที่สูงที่สุดขณะตลาดอยู่ในขาลง (Downtrend)

แนวโน้มตลาดจะมาจาก ราคาเคลื่อนไหวและราคาพักตัว (pulse and retracement) ในรูปร่างซิกแซก ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า ระดับแนวรับและแนวต้าน ระดับเส้นแนวรับคือราคาที่เทรดเดอร์ยินดีที่จะซื้อทรัพย์สินนั้น ๆ ขณะที่เส้นแนวต้านคือราคาที่เทรดเดอร์ยินดีที่จะขายทรัพย์สินออกไป ระดับที่เก่ากว่าจะมีพลังมากกว่าระดับใหม่ และเมื่อถึงระดับหนึ่ง ๆ แล้ว ระดับจะสามารถสลับกลับหัวได้เพื่อให้ระดับแนวรับเดิมกลายมาเป็นระดับแนวต้านใหม่ และระดับแนวต้านเดิมเป็นระดับแนวรับใหม่

แนวรับ, แนวต้าน

การวิเคราะห์หลายกรอบเวลาคืออะไร

ควรตรวจสอบการวิเคราะห์ทางเทคนิคในหลายกรอบเวลา ตั้งแต่กราฟรายเดือน (แต่ละแท่งเทียนคือระยะเวลา 1 เดือน) ไปจนถึง 1 ชั่วโมง กรอบเวลาที่นานกว่า เช่น รายสัปดาห์หรือรายเดือน จะสามารถยืนยันแนวโน้มหลักได้ดีกว่า ขณะที่กรอบเวลาที่สั้นกว่า เช่น รายวัน หรือทุก 4 ชั่วโมง จะช่วยให้บอกถึงโอกาสในการเข้าซื้อขายได้ดีที่สุด

ข้อมูลปฏิทินเศรษฐกิจและการวัดสถิติการเคลื่อนไหวของราคา

ข้อมูลปฏิทินเศรษฐกิจและการวัดสถิติการเคลื่อนไหวของราคา

รัฐบาลต่าง ๆ และภาคส่วนอื่น ๆ ทั่วโลก ทำการวัดและรายงานการเติบโตรวมถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และปฏิทินเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดของเทรดเดอร์

การวัดสถิติการเคลื่อนไหวของราคา (Volatility) จัดทำในคู่สกุลเงินหนึ่ง ๆ เช่น EUR/USD หลังข้อมูลการจ้างงานที่สำคัญอย่างเช่น การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-farm payroll) ของสหรัฐอเมริกาประกาศออกมา รายงานนี้สามารถทำให้ราคาเคลื่อนตัวอย่างมากและสร้างช่องว่างระหว่างราคาได้ ยกตัวอย่างเช่น หากช่องว่างราคาอยู่ที่ 50 pip นั่นหมายความว่า ภายในช่วง 50 pip นี้จะไม่มีสภาพคล่อง และคุณไม่สามารถออกจากการซื้อขายหรือเข้าซื้อขายได้

การเปิดการซื้อขายไว้ในช่วงการประกาศผลทางเศรษฐกิจหลัก ๆ หรือเมื่อมีข่าวในภูมิภาคออกมาอาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอาจมีการเคลื่อนไหวของราคาสูงภายในเวลาไม่กี่วินาทีเนื่องจากเหตุการณ์ที่ประกาศออกมาดังกล่าว

ก่อนที่จะมีการเปิดเผยหรือประกาศข้อมูลด้านเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์จะพยายามทำนายผลลัพธ์ และหามติร่วมเพื่อประเมินแนวโน้ม หากข้อมูลที่ประกาศเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก และตัวเลขที่รายงานออกมาแตกต่างจากค่าประเมินอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดจะมีการเคลื่อนไหวของราคาสูงอย่างแน่นอน

เรียนรู้วิธีใช้งานปฏิทินเศรษฐกิจ

ในช่วงต้นสัปดาห์ของการซื้อขาย อย่าลืมตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อดูว่ามีข่าวอะไรใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหรือไม่ โดยใช้ไอคอนผลกระทบที่อยู่ถัดจาดชื่อของเหตุการณ์นั้น ๆ เหตุการณ์ที่สามารถส่งผลกระทบได้สูงจะใช้ไอคอนเป็นสีแดง ขณะที่เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบปานกลางจะใช้ไอคอนเป็นสีส้ม

ค่า “ผลกระทบที่อยู่บนปฏิทินจะแสดงถึงความเป็นไปได้ที่รายงานนั้น ๆ จะส่งผลกระทบต่อตลาด หากข้อมูลที่เปิดเผยออกมาในรายงานทางเศรษฐกิจแตกต่างจากค่าที่คาดหมายไว้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นแสดงว่าอาจเกิดผลกระทบขึ้น และหากข้อมูลที่แสดงออกมาสอดคล้องกับค่าที่คาดหมายไว้ ค่าที่ประกาศออกมานั้นส่งผลกระทบเล็กน้อยหรือไม่ส่งผลกระทบเลย 

โดยทั่วไปแล้ว เทรดเดอร์จะตรวจสอบเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึงบนปฏิทินดังกล่าวนี้ด้วย 2 เหตุผลด้วยกันประการแรก คือเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดการซื้อขายในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวสูง ประการที่ 2 คือเพื่อใช้ความเคลื่อนไหวของตลาดดังกล่าวมองหาจุดเข้าซื้อและจุดที่ขายออกในการซื้อขายใหม่หรือการซื้อขายที่เปิดอยู่ปัจจุบัน 

ในปฏิทินเศรษฐกิจ Forex ส่วนใหญ่ คุณจะเห็นค่าที่สำคัญดังแสดงด้านล่างนี้

ค่าของเดือนก่อนหน้า จะแสดงผลลัพธ์ของเดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากบางครั้งมีการปรับเปลี่ยนค่าในเดือนที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนโดยไม่คาดหมายนี้อาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างมากได้

ค่าการทำนายหรือฉันทามติ แสดงถึงการทำนายตามฉันทามติของนักวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์

ค่าตามจริง แสดงถึงค่าที่รายงานออกมาตามจริง และอาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาสูงได้หากแตกต่างจากค่าทำนายอย่างมาก

ผลกระทบ ความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเคลื่อนไหวของราคาจะแสดงเป็นไอคอนสีที่อยู่ถัดจากชื่อของเหตุการณ์นั้น ๆ ซึ่งสีแดงหมายถึงมีผลกระทบสูง และสีส้มหมายถึงมีผลกระทบปานกลาง

กรุณาดูที่ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ของเราให้บ่อยครั้งเพื่อให้มั่นใจว่า คุณทราบถึงระดับของผลกระทบของเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึง

ประเภทคำสั่งการซื้อขายใน Forex

ประเภทคำสั่งการซื้อขายใน Forex

คำสั่งซื้อขายราคาตลาด (Market Order) หรือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีที่ราคาถัดไปที่ซื้อขายได้ คำสั่งซื้อขายราคาตลาดเป็นคำสั่งซื้อที่รวดเร็วและทันที อย่างไรก็ตาม ราคาถัดไปที่ซื้อได้อาจแตกต่างจากราคาปัจจุบันที่เทรดเดอร์กำลังดูอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ราคาตลาดมีความเคลื่อนไหวสูง ซึ่งเรียกว่า ตลาดแกร่งตัวสูง (slippage) คำสั่งซื้อราคาตลาดในช่วงที่ตลาดราคาเคลื่อนไหวสูงนี้หรือขาดสภาพคล่อง อาจทำให้เกิดการแกว่งตัวสูงได้

การตั้งราคาซื้อขาย (Limit Order) เป็นคำสั่งซื้อหรือขายที่ราคาที่กำหนดหรือราคาที่ดีกว่าเท่านั้น ซึ่งจะไม่เหมือนคำสั่งซื้อขายราคาตลาด การตั้งราคาซื้อขายนี้จะให้เราสามารถควบคุมราคาที่ซื้อขายได้เต็มที่ แน่นอนว่าหากราคาตลาดไม่ตรงกับราคาที่สั่งซื้อหรือขาย ณ เวลาที่ทำการซื้อขาย ระบบก็จะไม่ทำการซื้อขายให้เทรดเดอร์ 

ประเภทของคำสั่งรอการซื้อขาย (Pending Order) มีอะไรบ้าง

คำสั่งรอการซื้อขาย เป็นชุดคำสั่งซื้อขายที่จะให้ดำเนินการในอนาคตเมื่อราคาตลาดตรงกับระดับที่เราต้องการ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าวันหมดอายุได้ หรือตั้งค่าเป็น “จนกว่าจะยกเลิก (GTC)” ได้ บางคำสั่งซื้อจะดำเนินการเป็นการตั้งราคาซื้อขาย (limit order)” และบางคำสั่งซื้อขายจะเป็นคำสั่งซื้อขายราคาตลาด (market order)” 

จุดทำกำไร (Take Profit) เป็นคำสั่งขีดจำกัดเพื่อปิดการซื้อขายเมื่อการซื้อขายหนึ่ง ๆ ทำกำไรไปจนถึงราคาที่ตั้งไว้แล้ว

การเลื่อนจุดตัดการขายขึ้น (Trailing stop) เป็นคำสั่งรอปิดการซื้อขายเมื่อถึงจำนวน Pip หนึ่ง ๆ ที่อยู่ห่างจากราคาสูงสุดที่ตั้งไว้ 

จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เป็นคำสั่งซื้อขายราคาตลาดเพื่อ “ปิด” การซื้อขายที่ราคาถัดไปที่ซื้อขายได้เมื่อขาดทุนจนถึงราคาที่ตั้งไว้แล้ว

Buy Stop คือคำสั่งซื้อขายที่ตั้งไว้เหนือราคาปัจจุบัน เพื่อซื้อในราคานั้น ๆ ตามที่กำหนดเมื่อราคาตลาดสูงขึ้น

Sell Stop คือคำสั่งซื้อขายที่ตั้งไว้ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อขายในราคานั้น ๆ ตามที่กำหนดเมื่อราคาตลาดต่ำลง

Buy Limit การตั้งคำสั่งซื้อขาย โดยตั้งไว้ที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อซื้อเมื่อราคาตกลงมา

Sell Limit การตั้งคำสั่งซื้อขาย โดยตั้งไว้ที่ราคาเหนือกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อขายเมื่อราคาเพิ่มสูงขึ้น

Stop-Limit เป็นฟังก์ชันคำสั่งเหมือนกับคำสั่งหยุดซื้อขายดังที่อธิบายไว้ เพียงแต่ดำเนินการเป็น “การตั้งคำสั่งซื้อขาย” ล่วงหน้า

ความเสี่ยงในการซื้อขายใน Forex มีอะไรบ้าง

ความเสี่ยงที่พบมากที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่มีความรู้น้อยหรือมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่แล้วจะขาดทุน

การใช้เลเวอร์เรจในปริมาณสูงเพื่อซื้อขายในปริมาณมาก สามารถทำให้ขาดทุนจนบัญชีเป็นศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งบางครั้งบัญชีอาจติดลบได้หากโบรกเกอร์ไม่มีฟังก์ชันปกป้องไม่ให้บัญชีติดลบ

นอกจากนี้ โบรกเกอร์อาจปิดกิจการและคุณก็สูญเสียเงินลงทุนได้หากไม่มีประกันการฝากเงินที่ผู้กำกับดูแลโบรกเกอร์กำหนดและมีให้

แพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader คืออะไร

แพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader คืออะไร

MetaTrader เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย Forex บุคคลที่สามที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเป็นแพลตฟอร์มที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ เนื่องจากมีกราฟและตัวชี้วัดทางเทคนิคจำนวนมากที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขาย Forex ได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ รวมถึงมี CFD ของหุ้นและดัชนีตลาด สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอเรนซี

หุ่นยนต์ซื้อขายอัตโนมัติ (Automated trading robot: EA) ที่เรียกว่า 'Expert Advisors' เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิค และสามารถสร้างสคริปต์ได้โดยง่าย มีตัวแก้ไขภาษา MQL ในแพลตฟอร์มโดยใช้โปรแกรมภาษาง่าย ๆ ที่คล้ายกับ C++ นอกจากนี้ Expert Advisor ยังสามารถทดสอบราคาในอดีตได้โดยใช้ตัวทดสอบกลยุทธ์ที่มากับแพลตฟอร์ม

ฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาจำนวนมากเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี หรือซื้อได้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ

ช่วงเวลาใดของวัน เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการซื้อขายใน Forex

ช่วงเวลาใดของวัน เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการซื้อขายใน Forex

ตลาด Forex เป็นตลาดสากลที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถแบ่งเป็น 4 ช่วงใหญ่ ๆ ด้วยกันตามศูนย์กลางทางการเงินหลัก ๆ ที่ดำเนินธุรกิจและรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ดังนี้

  • อเมริกาเหนือ – นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
  • เอเชีย – โตเกียว ญี่ปุ่น
  • เอเชียแปซิฟิก – ซิดนีย์ ออสเตรเลีย
  • ยุโรป – ลอนดอน สหราชอาณาจักร

ในช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด ราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วที่สุด จะเป็นช่วงที่มีแนวโน้มสร้างโอกาสได้มากที่สุด และช่วงนี้สเปรดจะมีราคาต่ำสุดด้วย

ปกติช่วงเวลาที่มีการซื้อขายมากที่สุดจะเป็นช่วงเวลา 4 ชั่วโมง ที่เวลาตลาดในกรุงลอนดอนเปิด พร้อมกับเวลาเปิดตลาดในนิวยอร์ก นั่นคือ เวลา 8:00 - 12:00 นาฬิกาของนิวยอร์ก ซึ่งปกติแล้วเวลานี้จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อขายใน Forex และเวลาที่ตลาดในซิดนีย์กับตลาดในกรุงโตเกียวซ้อนทับกันคือ ช่วงเวลา 24:00-6:00 GMT

หากคุณต้องการทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาที่ดีที่สุดและเวลาที่แย่ที่สุดในการซื้อขาย กรุณาดูที่บทความ ช่วงเวลาใดของวันเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการซื้อขายใน Forex.

วิธีการเปิดบัญชีสาธิต Forex และเริ่มฝึกซื้อขาย

วิธีการเปิดบัญชีสาธิต Forex และเริ่มฝึกซื้อขาย

บัญชีสาธิต (demo trading account) ในการซื้อขายจะช่วยให้คุณฝึกการซื้อขายโดยไม่มีความเสี่ยงที่จะเสียเงินจริง ๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่เพื่อเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น วิธีการใช้แพลตฟอร์ม การกำหนดขนาดซื้อขายสุทธิที่เหมาะสม เป็นต้น อารมณ์ที่มากับการซื้อขายด้วยเงินจริงนั้นจะแตกต่างกับการซื้อขายในบัญชีสาธิต ดังนั้น เมื่อผู้เริ่มต้นซื้อขายเรียนรู้จากบัญชีสาธิตและลงมือซื้อขายด้วยเงินจริง ก็ควรซื้อขายด้วยความระมัดระวัง

หากต้องการเปิดบัญชีสาธิตและเริ่มฝึกซื้อขายทันที ให้ดูที่ตารางด้านล่างนี้สำหรับลิงค์ไปยังโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก 

โบรกเกอร์ประเทศที่ใช้ได้เปิดบัญชี
IC Markets Forex Broker
IC Markets
เกือบทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐอเมริกาบัญชีสาธิตฟรี

บัญชีจริง
XM Forex Broker
XM
เกือบทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐอเมริกาบัญชีสาธิตฟรี

บัญชีจริง
IG USA Forex Broker
IG USA
สหรัฐบัญชีสาธิตฟรี

บัญชีจริง

วิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด

มีปัจจัยหลักสองถึงสามปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกโบรกเกอร์ใหม่สำหรับการซื้อขายใน Forex ไม่ว่าจะเป็น กฎข้อบังคับ ประกันการฝากเงิน การทำราคา การทำการซื้อขาย และบริการที่ให้กับลูกค้า

กรุณาดูที่ หน้ารายชื่อโบรกเกอร์ Forex และใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาโปรเกอร์ที่ดีที่สุดตามเกณฑ์ความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกฎข้อบังคับ ประกันการฝากเงิน การปกป้องไม่ให้บัญชีติดลบ เลเวอร์เรจ การทำราคา การจัดอันดับโดยผู้ใช้งาน บัญชีเซนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ คุณสามารถเข้ามาพูดคุยผ่านไลฟ์แชทกับเราได้ หรือส่งอีเมลหาเราเมื่อต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

บทความเพิ่มเติมต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์กับคุณในการเลือกโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด:

ข้อควรพิจารณา

เทรดเดอร์ Forex มืออาชีพจะเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัยในตนเองมาก มืออาชีพเหล่านี้จะกำหนดความเสี่ยงในการซื้อขายที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้า รวมถึงจะมีกฎในการบริหารจัดการเงินทุนของตนเอง แม้ว่าตลาด FX จะนำเสนอโอกาสมากมายในการทำกำไร แต่คุณควรค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสั่งสมประสบการณ์ มีระเบียบวินัยในตนเอง รวมถึงค้นหาคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการเงินอิสระหากจำเป็น